คุณรู้จักการใช้งานของ Credit Note หรือไม่
ในประเทศญี่ปุ่น มักมีภาพลักษณ์ว่าใช้ในงานด้านการค้า (Trade) เป็นหลัก แต่สำหรับบริษัทที่ตั้งอยู่นอกประเทศญี่ปุ่น เช่น ประเทศไทย Credit Note เป็นเอกสารทางบัญชีที่จำเป็นต้องใช้ในบางกรณี
มาดูกันว่าในทางปฏิบัติ Credit Note ถูกใช้อย่างไร
【1-1】Credit Note คืออะไร
กล่าวโดยสรุป Credit Note หรือภาษาไทยเรียกว่า ใบลดหนี้ คือ
“เอกสารที่ใช้สำหรับปรับปรุงหรือแก้ไขยอดเงินของใบแจ้งหนี้ที่ได้ออกไปแล้ว”
ผู้ที่มีสิทธิ์ออก Credit Note ต้องเป็นผู้ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น
หากใบแจ้งหนี้มีหลายรายการสินค้า และต้องการแก้ไขเพียงบางส่วน
สามารถออก Credit Note เฉพาะในส่วนที่ต้องลดมูลค่าได้
ในกรณีที่ต้องการยกเลิกรายการสินค้าและจำนวนทั้งหมดในใบแจ้งหนี้
สามารถออก Credit Note เต็มจำนวน (Full amount) ได้
【1-2】เหตุผลที่ต้องใช้ Credit Note
เมื่อมีใบแจ้งหนี้อยู่แล้ว เหตุใดจึงยังจำเป็นต้องมี Credit Note?
โดยหลักการ ใบแจ้งหนี้ที่ออกไปแล้วจะยังคงมีผลทางกฎหมาย
แม้จะพบข้อผิดพลาด ก็ไม่สามารถแก้ไขหรือยกเลิกได้
ในกรณีดังต่อไปนี้ จำเป็นต้องออก Credit Note เพิ่มเติม
- เรียกเก็บเงินเกินจริง
- มีการคืนสินค้า
- มีการให้ส่วนลดหลังออกใบแจ้งหนี้
- จัดส่งสินค้าผิดรายการ
【1-3】วิธีการออก Credit Note
แล้วควรออก Credit Note อย่างไร?
แม้ Credit Note จะไม่มีรูปแบบตายตัว
แต่ต้องระบุข้อมูลตามที่กฎหมายสรรพากรกำหนด ได้แก่
- ระบุคำว่า “CREDIT NOTE”
- ชื่อบริษัทผู้ขาย ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (TAX ID)
- ชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อ
- วันที่ออก Credit Note
- เหตุผลในการออก Credit Note (เช่น ส่วนลด คืนสินค้า ฯลฯ)
- เลขที่และวันที่ของใบแจ้งหนี้เดิม
- รายละเอียดจำนวนเงิน เช่น
ตัวอย่าง
- ยอดตามใบแจ้งหนี้เดิม ① : 1,200
- ยอดที่ถูกต้องหลังแก้ไข ② : 1,000
- ส่วนต่างระหว่าง ① และ ② : 200
- VAT 7% : 14
- รวมทั้งสิ้น : 214
อ้างอิงกฎหมายสรรพากร (ภาษาไทย)
https://www.rd.go.th/3574.html
【1-4】การชำระเงินตาม Credit Note
โดยทั่วไป Credit Note จะไม่คืนเงินสด
แต่จะนำไปหักกลบกับยอดตามใบแจ้งหนี้เดิม หรือยอดชำระในงวดถัดไป
【1-5】Credit Note และ Debit Note
Credit Note มีเอกสารที่เป็นคู่กันคือ Debit Note
โดยจะออกโดย ผู้ขายหรือผู้ซื้อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น
ไม่จำเป็นต้องออกทั้งสองฝ่ายพร้อมกัน
【1-6】Credit Note และการยื่น VAT
Credit Note มีผลต่อการยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่มประจำเดือน (แบบ ภ.พ.30)
ทั้งฝ่ายซื้อและฝ่ายขายต้องนำ Credit Note ไปรวมยื่นใน เดือนเดียวกับใบแจ้งหนี้เดิม
- ฝ่ายซื้อ ปรับเป็น ภาษีซื้อ (Input VAT)
- ฝ่ายขาย ปรับเป็น ภาษีขาย (Output VAT)
