News & Update

เกณฑ์ใหม่ภาษีเงินได้ต่างประเทศ วางแผนอย่างมั่นใจเมื่อปรึกษาภาษี

การจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ที่มีรายได้จากต่างประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ กรมสรรพากรได้ออกคำสั่งที่ ป. 161/2566 และ ป. 162/2566 ซึ่งปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ตามมาตรา 41 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากรอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ผู้ที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยต้องปรับเปลี่ยนแนวทางบริหารจัดการเงินได้ต่างประเทศ เพื่อให้การนำเงินเข้าประเทศและการ ยื่นภาษี เป็นไปตามข้อบังคับทางกฎหมายอย่างเรียบร้อย

วางแผนปรึกษาภาษี เกณฑ์ใหม่ภาษีเงินได้ต่างประเทศ

ทำความเข้าใจสาระสำคัญของคำสั่ง ป.161/2566 และ ป.162/2566

เดิมที หลักการจัดเก็บภาษีเงินได้จากต่างประเทศกำหนดว่า หากผู้พำนักในประเทศไทยรวมกันถึง 180 วันในรอบปีภาษี มีรายได้จากต่างประเทศ แต่เลือกลดภาระภาษีด้วยการชะลอการนำเงินกลับเข้าประเทศ โดยนำเข้ามาในปีภาษีถัดไป เงินได้จำนวนนั้นจะไม่ถูกนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในไทย

อย่างไรก็ตาม ตามเกณฑ์ใหม่ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป หลักการดังกล่าวได้ถูกยกเลิก โดยกำหนดให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยตั้งแต่ 180 วันขึ้นไปในรอบปีภาษีที่เกิดรายได้ หากมีการนำเงินได้พึงประเมินจากต่างประเทศนั้นเข้ามาในประเทศไทย ไม่ว่าจะนำเข้ามาในปีภาษีใดก็ตาม เงินได้ส่วนนั้นต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในไทยเสมอ

ทั้งนี้ กรมสรรพากรได้ผ่อนผันให้เงินได้จากต่างประเทศที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 มกราคม 2567 ยังคงใช้วิธีการจัดเก็บตามหลักเกณฑ์เดิม การเลือกรับบริการ ปรึกษาภาษี กับที่ปรึกษาบัญชีและภาษีมืออาชีพ จะช่วยให้ท่านสามารถจำแนกช่วงเวลาของการเกิดรายได้ได้อย่างชัดเจน ลดความสับสนด้านข้อกฎหมาย และสามารถวางกลยุทธ์ทางการเงินได้อย่างปลอดภัย

การจำแนกประเภทเงินได้และสิทธิประโยชน์ตามอนุสัญญาภาษีซ้อน

เงินได้พึงประเมินจากต่างประเทศมีหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทมีเงื่อนไขการประเมินและสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่แตกต่างกัน ได้แก่

  • เงินได้จากการทำงานหรือประกอบธุรกิจ: เช่น เงินเดือน ค่าจ้างแรงงาน ค่าบริการ และกำไรจากธุรกิจต่างประเทศ
  • เงินได้จากการลงทุน (Passive Income): เช่น เงินปันผล ดอกเบี้ยรับ และกำไรจากการซื้อขายสินทรัพย์หรือหุ้นต่างประเทศ (Capital Gains)

ในการวางแผนภาษี ผู้เสียภาษีจำเป็นต้องพิจารณาการประยุกต์ใช้อนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน (Double Tax Agreement: DTA) ที่ประเทศไทยทำไว้กับประเทศต้นทางแห่งเงินได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาระภาษีสองซ้อน โดยอนุสัญญาฯ มักกำหนดให้ผู้เสียภาษีสามารถนำภาษีที่ชำระไว้แล้วในต่างประเทศมาใช้เป็นเครดิตภาษี (Foreign Tax Credit) หักออกจากภาษีที่ต้องชำระในประเทศไทยได้ การเตรียมเอกสารหลักฐานการชำระภาษีต่างประเทศที่สมบูรณ์จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งก่อนการ ยื่นภาษี ประจำปี

เตรียมความพร้อมระบบเอกสารและการยื่นแบบภาษีอย่างโปร่งใส

การดำเนินงานอย่างถูกต้องเริ่มจากการจัดทำระบบเอกสารทางการเงินให้เป็นหมวดหมู่ เพื่อให้สามารถตรวจสอบที่มาของเงินได้อย่างชัดเจน เอกสารสำคัญที่ต้องจัดเตรียม ได้แก่

  1. หลักฐานการนำเงินเข้าประเทศ: เช่น เอกสารการโอนเงินผ่านระบบธนาคาร (Credit Advice หรือ Swift Confirmation)
  2. หลักฐานเงินได้และการชำระภาษีต่างประเทศ: เช่น หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (Tax Assessment Notice) หรือแบบแสดงรายการภาษีที่ยื่นในต่างประเทศ

กระบวนการตรวจสอบและกระทบยอดเงินได้กับเอกสารการโอนเงินโดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการ ปรึกษาภาษี คอยดูแล จะช่วยคัดแยกส่วนที่เป็นเงินต้น เงินได้พึงประเมิน และส่วนที่เป็นกำไรจากการลงทุนได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้การลงรายการในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90/91) ผ่านระบบออนไลน์เป็นไปอย่างโปร่งใส ครบถ้วน และขจัดความเสี่ยงจากการเรียกตรวจสอบย้อนหลัง

ยื่นภาษี วางแผนปรึกษาภาษี

คำถามที่พบบ่อย

Q1: หากรายได้เกิดขึ้นก่อนปี 2567 แต่นำเข้ามาในประเทศไทยปี 2567 ต้องเสียภาษีหรือไม่? 

A: ตามคำสั่ง ป.162/2566 หากเป็นเงินได้จากต่างประเทศที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 มกราคม 2567 และนำเข้ามาในไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป ยังคงได้รับยกเว้นภาษีตามหลักเกณฑ์เดิม หากผู้เสียภาษีสามารถพิสูจน์ได้ว่ารายได้นั้นเกิดขึ้นก่อนปี 2567 จริง

Q2: เสียภาษีที่ต่างประเทศไปแล้ว เมื่อนำเงินกลับเข้าไทยต้องเสียภาษีซ้ำอีกหรือไม่? 

A: สามารถนำภาษีที่ชำระแล้วในต่างประเทศมาขอเครดิตภาษีเพื่อหักลบกับภาษีเงินได้ในประเทศไทยได้ หากประเทศต้นทางมีอนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA) กับประเทศไทย และมีหลักฐานการชำระภาษีที่ออกโดยสรรพากรต่างประเทศอย่างถูกต้อง

Q3: กำไรจากการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ ต้องนำมารวมคำนวณภาษีอย่างไร? 

A: กำไรจากการขายหุ้นต่างประเทศ (Capital Gains) ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) เมื่อนำเงินกำไรดังกล่าวเข้ามาในประเทศไทย ต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามอัตราก้าวหน้าประจำปีภาษีที่นำเงินเข้ามา

สรุป

กฎหมายภาษีเงินได้ต่างประเทศตามคำสั่ง ป. 161/2566 และ ป. 162/2566 กำหนดให้ผู้พำนักในไทยเกิน 180 วัน ต้องนำเงินได้ต่างประเทศที่นำเข้าไทยมาคำนวณภาษีโดยไม่จำกัดปีที่เกิดรายได้ การเตรียมเอกสารหลักฐานทางการเงินให้ครบถ้วน พร้อมทั้งใช้สิทธิประโยชน์ตามอนุสัญญาภาษีซ้อนอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ท่านบริหารจัดการภาระภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้องตามกฎหมาย

M&A Accounting and Tax เราคือ สำนักงานบัญชีคุณภาพ ที่ดูแลครบวงจรทั้งวางแผนภาษี รับทำบัญชี รับทำเงินเดือน จัดการบัญชีและภาษี เปลี่ยนทุกความซับซ้อนให้เป็นระบบ เพื่อให้คุณโฟกัสการเติบโตของธุรกิจได้อย่างไร้กังวล ให้เราเป็นพาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณเริ่มต้นอย่างมั่นคงและเติบโตอย่างยั่งยืน 

ติดต่อเราได้ที่ 02-632-2580-2 หรือทางเว็บไซต์ mandaactg.com

Tags :
  • ภาษี

แบบฟอร์มสมัครงาน

ข้อมูลส่วนตัว